โดย น.สพ. กานต์ เลขะกุล
ระเบิดปลาวาฬ “จะบ้าหรือ” ผมคิดในใจ “หรือว่าจะเป็นวิธีการล่าวาฬแบบใหม่ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจะเหลืออะไรให้แล่ขายเล่า เออมีวีดิโอด้วยแหะ สงสัยจะเรื่องจริง แต่วาฬนั้นตายแล้วนิ คงจะแค่ผ่าซากวาฬเน่าแล้วท้องที่หมักอืดได้ที่ก็ระเบิดใส่หมอให้ขำๆ เล่น”
เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ปีคศ. 1970 ที่เมืองฟลอเรนซ์ รัฐออเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวาฬหัวทุย (Sperm Whale, Physeter macrocephalus) ตายแล้วมาเกยตื้นชายฝั่ง วาฬนั้นยาว 45 ฟุต น้ำหนัก 8,000 กิโลกรัม
การทางหลวง รัฐออเรกอน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลชายหาดจึงเข้ามาจัดการ โดยได้พิจารณาวิธีการแล้วให้เหตุผลไว้ว่า จะไม่ฝังเพราะเดี๋ยวศพอืดลอยโผล่ขึ้นมาอีก จะแล่เป็นชิ้นแล้วค่อยฝัง ก็ไม่มีใครยอมทำงานอันสุดเหม็นนี้ จะเผาก็ไม่ได้ สุดท้ายจึงใช้วิธีการที่ตัวเองถนัดที่สุด อันเป็นวิธีเดียวกันกับการเคลียร์ทางที่ถูกหินถล่มใส่ นั่นคือ ใช้ระเบิด โดยเลือกใช้ไดนาไมท์ 20 ลัง น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ด้วยความคาดหวังว่าแรงระเบิดจะทำให้วาฬนั้นแหลกเป็นจุล เหลือเพียงชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้นกนางนวล ปู และสัตว์กินซากแทะกิน
จากการสัมภาษณ์คุณจอร์จ ทอร์ตัน เจ้าหน้าที่การทางหลวงให้ความมั่นใจว่า “ผมแน่ใจว่าทำสำเร็จแน่ แต่ที่ไม่แน่ใจก็คือ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ระเบิดเยอะแค่ใหนเพื่อทำลายวาฬให้แหลก” เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการโดยเหน็บระเบิดส่วนใหญ่ไว้ใต้ตัววาฬด้านชายฝั่ง โดยคาดการณ์ว่าแรงระเบิดจะพัดนำชิ้นส่วนวาฬส่วนใหญ่ลงทะเล
บริเวณโดยรอบนั้นก็มีชาวบ้านประมาณ 75 คนมามุงดู ทางเจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ย้ายถอยห่างออกไป 400 เมตรเพื่อความปลอดภัย และแล้วก็ถึงวินาทีสำคัญ ระเบิดปะทุขึ้นสนั่นหวั่นไหว ส่งทรายและซากวาฬลอยขึ้นฟ้าไปทุกทิศทาง ดูไกลๆ แล้วสวยงามดุจดั่งพลุดอกไม้ไฟ
แต่แล้วความตื่นเต้นและขบขันที่ได้เห็นวาฬระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าก็อันตรธานหายในบัดดล กลายเป็นความโกลาหลวิ่งหนีเอาชีวิตรอดในทันที เพราะเนื้อวาฬเป็นท่อนๆ และไขมันวาฬนั้นตกลงมาจากฟากฟ้าดั่งห่าฝนไปทุกแห่งหน ภายหลังเหตุการณ์สงบแล้วเมื่อตรวจสอบความเสียหาย ก็พบว่ารถซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณครึ่งกิโลเมตรนั้นถูกเนื้อวาฬชิ้นใหญ่หล่นใส่หลังคายุบทั้งคัน ร่างกายของทุกคนในรัศมีครึ่งกิโลนั้นก็ปกคลุมไปด้วยไขวาฬและสะเก็ดเลือด แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนนกนางนวลที่วาดฝันไว้ว่าจะมากินวาฬนั้นก็ตกใจแรงระเบิด บินหนีหายไปหมดแล้ว
ตกเย็น การทางหลวงจึงนำรถตักดินมาฝังซากที่เหลือ ซึ่งมองจากวีดิโอแล้ว ยังเหลือวาฬอีกครึ่งค่อนตัว ไม่สะทกสะเทือนกับแรงระเบิดเอาซะเลย
ดูจนจบแล้วก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองอยู่ดี คิดอยู่ในใจว่าเรื่องบ้าๆ อุตริเช่นนี้คงจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวในโลก และไม่มีใครโง่ทำเช่นนี้อีกเลย จึงได้อีเมล์ถามความคิดเห็นจาก ดร.สพ.ญ.นันทริกา ชันซื่อ หน่วยอายุรศาสตร์สัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นผิดคาด
“This is a common practice in case of stranded whale rotten on the beach all over the world. My experience was a few years ago I was told and showed the one in South Africa (Cape town).. They were talking about how much explosive to use...which has always been a real problem ...And ended up that all the little houses around there were smashed with smelly rotten whale flesh all over the place. They said it is like putting explosive in to a giant banana...only the inside came out but the skin still there...”
ถอดความได้ว่า การใช้ระเบิดนั้นเป็นวิธีที่ใช้บ่อยในการกำจัดวาฬเน่าเกยตื้น แต่มักมีปัญหาการคำนวณปริมาณวัตถุระเบิดที่ต้องใช้ โดยอาจารย์ได้ดูวีดิโอของเหตุการณ์ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งบ้านโดยรอบนั้นพังทลายจากซากวาฬหล่นทับ ว่ากันว่าเสมือนกับใส่ระเบิดในกล้วยยักษ์ เนื้อกล้วยจะกระเด็นออกมา แต่ผิวกล้วยยังคงอยู่
เพื่อให้กระจ่างถึงที่สุด ผมจึงได้สอบถามผู้รู้อีกท่านหนึ่ง คือ น.สพ. สนธยา มานะพัฒนา สัตวแพทย์ประจำสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ท่านตอบว่า “เวลามีซากวาฬใหญ่ๆเกยตื้น บ้านเราจะใช้วิธีฝังกลบ เอารถแมคโครมาขุดเลย อาจฝากไว้ในสวนยางของชาวบ้าน ถ้าไม่มีที่จริงๆก็ขุดฝังบนหาดนั่นแหละ เราฝังเพื่อจะกลับมาเอากระดูกในอีก 3-4 ปีให้หลัง (บางครั้ง 5 ปีเนื้อยังเน่าไม่หมดเลย) ไม่รู้ทำไมต่างประเทศเค้าไม่ชอบฝังกันนะครับ”
สรุปว่า การระเบิดซากวาฬนั้นก็เป็นวิธีมาตรฐานอย่างหนึ่งที่ทำกันทั่วไปถึงทุกวันนี้ หากท่านยังไม่เชื่อ มีวีดิโอให้ดูอีกมากมายที่ www.theexplodingwhale.com
เอาละ หลังจากขำกลิ้ง หัวเราะท้องแข็งในปัญหาของคนอื่นแล้ว ลองมาสมมุติดูว่าถ้าเป็นปัญหาของเรา สัตวแพทย์ที่ตามไปถึงช้าจนวาฬถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วจะทำเช่นไร
- วาฬสามารถเป็นพาหะนำโรคแก่สัตว์และคน ได้แก่อะไรบ้าง
- หากวาฬตัวนี้เป็นวัณโรค (Tuberculosis) โรคแท้งติดต่อ (Brucellosis) และฉี่หนู (Leptospirosis) ท่านจะมีวิธีดำเนินการเช่นไรกับ
- ประชาชนที่มามุงดู
- สัตว์ที่อยู่ในบริเวณนั้น เช่น แมวน้ำ ช้างน้ำ นกนางนวล นกกระจอก หมา แมวจรจัด หนู ฯลฯ
- จากโรคติดต่อที่ท่านศึกษามา เมื่อวาฬถูกระเบิดกระจายเป็นเสี่ยงๆ ไกลเป็นรัศมีถึง 2 กิโลเมตรเช่นนี้ ท่านจะดำเนินการเช่นไรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ปลอดโรค
- การที่แหล่งโรคถูกระเบิดเป็นจุลเช่นนี้ ท่านคิดว่ามีโอกาสนำโรคอะไรมากับสายลมได้บ้าง รัศมีไกลเท่าใด จะควบคุมอย่างไร
- หากท่านเป็นหัวหน้าทีม จากรายชื่อโรคในข้อ 1 ที่มีโอกาสเป็นไปได้
- ท่านจะบริหารงานอย่างไร
- ขอความร่วมมือกับหน่วยงานใดบ้าง
- ตรวจโรคที่ใด ใช้เวลาเท่าใด งบประมาณเท่าใด ฯลฯ